Banner
พระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง พิมพ์มารวิชัย เนื้อดินลงรัก

รายละเอียดสินค้า

พระหลวงพ่อโตบางกระทิง พระที่สร้างในสมัยอยุทธยาตอนปลาย พระเนื้อดินเผา พุทธคุณเด่นทางด้านเมตตามหานิยมเป็นเลิศ ความเชื่อมั่นในพุทธคุณ ที่เลื่องลือกันมานานแล้วว่า เป็นพระคงกระพันชาตรี มหาอุด
พระกรุบางกระทิง ซึ่งเป็นพระในสมัยอยุทธยาองค์พระนูนเด่นล่ำสัน พระพักตร์ใหญ่ด้วยลักษณะเด่นเช่นนี้ นักสะสมจึงถวายพระนามท่านว่า "พระหลวงพ่อโต" ส่วนมากแล้วรายระเอียดของเส้นสายลวดลายต่างๆทั้ง ปาก คอ คิ้ว คาง เส้นสังฆาฏิ มักติดพิมพ์คมชัดแทบทุกองค์ ส่วนขนาดนั้นก็แตกต่างลดหลั่นกันเล็กน้อย
จึงถือโอกาศนี้เรียบเรียงเพื่อเป็นการศึกษา
พระกรุบางกระทิง หรือ หลวงพ่อโตบางกระทิงเป็นพระศิลปะ อยุธยาโดยแท้ สร้างขึ้นในสมัย อยุทธยาตอนปลาย ราว พุทธศตวรรษที่ 23 ในช่วงปลายสมัยพระนารายณ์ ต้นสมัยพระเพทราชา หลวงพ่อโตบางกระทิงเป็นพระที่โดดเด่นใน ทาง คงกระพัน และเมตา เป็นพระที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดบางกระทิงถูกบรรจุใว้ใต้ฐานพระประทาน และเจดีย์ของวัด ส่วนใหญ่เป็นพระเนื้อดินเผา มีอยู่ 2 พิมพ์ด้วยกัน คือ
๑.พิมพ์ปางมารวิชัย
๒.พิมพ์ปางสมาธิ
พิมพ์ที่นิยมคือพิมพ์ สมาธิ ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า
พระหลวงพ่อโต มีสัณฐานเป็นรูปสามเหลี่ยม องค์พระประทับนั่งขัดสมาธิราบ บนฐานบัวคว่ำบัวหงาย มีทั้งปางสมาธิ และ ปางมารวิชัย
องค์พระคมชัดนูนเด่น พระพักตร์ใหญ่ และมักปรากฏรายละเอียดต่างๆ บนพระพักตร์อย่างครบถ้วน รวมทั้งเส้นสังฆาฏิ ด้านหลังองค์พระ ส่วนใหญ่มีรอยปาด ที่เรียกกันว่า "รอยกาบหมาก"
รอยปาดที่ทำให้พระดูง่ายคือต้องปาดแบบ ตะหวัด หรือ ปาดโค้ง แบบที่ ไม่เห็นรอยปาดเลยก็มี
พระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง สิ่งที่ต้องยึดเป็นหลักในการพิจารณา คือ เนื้อพระ โดยเฉพาะ ความเก่า ที่เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ
ซึ่งย่อมแตกต่างกับ ความเก่าที่แปลกปลอม อันเกิดมาจากการเร่งทำปฏิกิริยาด้วยน้ำยาทางเคมี หรือการเผาไฟที่เป็นไปอย่างเร่งรีบ
พระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง เป็นพระที่ชายชาตรีสมัยก่อน หรือนักเลงโบราณ นิยมกันแขวนโชว์นอกเสื้อมานานแล้ว
ด้วยความเชื่อมั่นในพุทธคุณ ที่เลื่องลือกันมานานแล้วว่า
เป็นพระคงกระพันชาตรี มหาอุด ปืนผาหน้าไม้ทำอะไรไม่ได้เลย ขณะเดียวกัน
คนสมัยใหม่ต่างยืนยันว่า ทางด้านเมตตามหานิยมก็เป็นเลิศ
ที่สำคัญ คือ พระหลวงพ่อโต ที่เป็นของเก่า สร้างในสมัยอยุธยา เป็นพระเนื้อดินเผาที่ยึดเป็น เนื้อครู
สำหรับการศึกษาพระเนื้อดินได้เป็นอย่างดี ของหลวงพ่อโตบางกระทิงนั้น สมัยก่อนเรียกว่าของดีราคาถูก สมัยนี้ เป็นของดีที่ราคาก็ไม่ถูกอีกต่อไปแล้ว สมัยก่อน เช่าเก็บไว้ สวยงดงามมีหน้ามีตา องค์ ไม่เกิน 3000 บาท องค์หย่อนสวยงดงาม 1000 บาท เท่านั้นเอง
ผ่านมา 5 ปี สมัยนี้ ต้องมี 7-8 พันสำหรับองค์สวยสุดยอด และ 2-3 พั นในองค์ไม่ค่อยส่วย งงเลย แต่สำหรับผู้ที่อยากจะหาไว้เพื่อใช้และศึกษาเป็นองค์ครูก็ดี
อีกอย่าง เนื้อพระของบางกระทิงมีเนื้อหาคล้ายกับพระคงลำพูนเป็นอย่างมาก จะต่างกันก็แค่อายุของพระเท่านั้นเอง
หลวงพ่อโตบางกระทิง
สำหรับเซียนพระกรุเนื้อดินหลายๆท่าน คงมีวิธีการดูพระ กรุบางกระทิง กันดีอยู่แล้ว แต่สำหรับท่านที่กำลังศึกษาใหม่ อาจไม่เข้าใจในวิธีการดูพระกรุเนื้อดิน อย่างหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง
เนื่องจากพระพิมพ์หลวงพ่อโต กรุบางกระทิง นั้นมีการแตกกรุออกมามากมายหลายกรุด้วยกัน ต่างสถานที่ ต่างเวลา และจำนวนมากมายพอสมควร เนื้อหาจึงแตกต่างกันออกไป แถมยังมีแม่พิมพ์ที่พบตอนแตก กรุวัดบางกระทิง ตามประวัติ ซึ่งตอนนี้ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใหนบ้าง แต่มูลค่าพระ กรุบางกระทิง กับพุ่งทะยานสวนทางกันไปพระนักสะสมรุ่นเก่ายังคงต้องการเพราะ กรุบางกระทิง ที่ขึ้นชื่อเด่นดังด้านพุทธคุณแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี แบบแมลงวันยังไม่ได้กินเลือด
พระกรุบางกระทิง มีประวัติที่จะพิจารณาอย่างไรให้มั่นใจได้ว่าเป็น พระกรุบางกระทิง
ว่าพระกรุหลวงพ่อโต กรุบางกระทิงใช้แม่พิมพ์เก่าด้วย ซึ่งเหมือนมากๆ แต่เนื้อไม่ใช่ ซึ่งจะให้พิจารณาดูเนื้อ ของพระหลวงพ่อโต กรุบางกระทิง ซึ่งถึงสีสรรจะไม่เหมือนกันเลยแต่ความเก่าแกร่งนั้นใกล้เคียงกัน และจุดสำคัญคือ จะมี "แร่ดอกมะขาม" ผสมอยู่ในเนื้อทุกองค์ "แร่ดอกมะขาม" คืออะไร ? หลายคนเริ่มสงสัย
เนื้อพระจะมีเม็ดแร่เล็กๆเป็นจุดสีแดงๆอมน้ำตาลนั่นแหละ คือ "แร่ดอกมะขาม" สัญนิษฐานว่า คนสมัยก่อนคงนำไปเปรียบเทียบกับ ดอกมะขาม ซึ่งจะเป็นดอกเล็กๆตูมๆ สีแดงอมน้ำตาล ประมาณนั้น จึงนำมาเปรียบเปรยกับเนื้อพระที่มีเม็ดมวลสารเล็กๆสีแดงอมน้ำตาลว่า "แร่ดอกมะขาม"
"แร่ดอกมะขาม" ลอยออกมาชัดเจนทุกองค์ ซึ่งแร่ดอกมะขาม เม็ดเล็กๆสีแดงอมน้ำตาลเหล่านี้ ต้องฝังติดแน่นอยู่เป็นเนื้อเดียวกันกับเนื้อพระนะครับ บางเม็ดอาจจะแข็งแกร่งเป็นมัน เหมือนเม็ดกรวด ใช้กล้องส่องพระส่องดูก็จะเห็น ลอยๆอยู่บนเนื้อพระ
หากท่านใดมีพระกรุบางกระทิง อยู่ก็ลองนำมาพิจารณาโดยใช้กล้องส่องพระส่องไปให้ทั่วองค์พระนะครับ ว่ามีแร่เม็ดเล็กๆ สีแดงอมน้ำตาลฝังแน่นอยู่ในเนื้อพระบ้างหรือไม่ และอีกจุดหนึ่งที่ควรสังเกตุ นั่นก็คือ เนื้อดิน กรุบางกระทิง นั้นซึ่งมีอายุหลายร้อยปี จะต้องมีความแกร่ง แน่น เก่าตามอายุด้วยนะครับ ซึ่งถ้านำมาเทียบเคียงกับพระเนื้อดินยุคเกจิสร้าง อย่างพระเนื้อดิน หลวงพ่อปานวัดบางนมโค หรือ หลวงปู่ยิ้มวัดเจ้าเจ็ด ก็จะเห็นว่าพระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง เนื้อจะเก่าแกร่งกว่ามากๆ
พระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง จัดเป็นพระเครื่องที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับแนวหน้าอีกพิมพ์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่ยอมรับ กันมานาน เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของพระเครื่องเมืองอยุธยาเลยทีเดียว ความจริงนั้น พระหลวงพ่อโต ได้พบกระจัดกระจายอยู่ทั่วตามกรุต่างๆ ทั้งในอยุธยา เช่น กรุวัดใหญ่ชัยมงคล กรุวัดมเหยงค์ กรุวัดมหาธาตุ กรุวัดราชบูรณะ กรุบึงพระราม และจังหวัดอื่นๆ เช่น ใน กทม.ได้พบที่กรุวัดหนัง วัดระฆัง วัดสระเกศ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังได้พบที่ นนทบุรี ปทุมธานี รวมไปถึงที่กรุวัดเหนือ จ.กาญจนบุรีก็ยังได้พบพระหลวงพ่อโตขึ้นกรุมาพร้อมกับพระท่ากระดานอีกด้วย ซึ่งเมื่อมีการเปิดกรุครั้งใดก็มักจะพบพระหลวงพ่อโตที่เป็นทั้งพระเนื้อดิน และพระเนื้อชินปะปนอยู่ในกรุเหล่านี้ด้วยเสมอ
ในจำนวนพระหลวงพ่อโตกรุต่างๆเหล่านี้ กรุพระหลวงพ่อโตที่ขุดพบ และมีความยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดนั้นได้แก่ "พระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง" ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งที่นี่ได้พบพระหลวงพ่อโตจำนวนมากที่สุด อีกทั้งยังได้พบแม่พิมพ์ที่ใช้พิมพ์พระหลวงพ่อโตจำนวนมากบรรจุรวมอยู่ในกรุนี้ด้วย หลักฐานสำคัญดังกล่าวจึงทำให้เชื่อว่า ที่ กรุบางกระทิง นี้ น่าจะเป็นแหล่งต้นกำเนิดของพระหลวงพ่อโต ส่วนพระที่พบในกรุอื่นนั้น น่าจะเป็นลักษณะของพระที่นำไปฝากกรุในภายหลัง
พระหลวงพ่อโต วัดบางกระทิง จะมีการแตกกรุออกมาเมื่อไรนั้นคงไม่มีใครทราบช่วงเวลาที่แน่ชัดนักเพราะเดิมทีนั้นได้มีผู้พบเห็นพระหลวงพ่อโตตกหล่นอยู่ตามบริเวณพื้นที่รอบๆวัดบางกระทิงมานานแล้วแต่ที่แตกกรุอย่างเป็นทางการและมีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรแน่นอน ก็คือเมื่อปี 2481 เนื่องจากวัดได้รื้อพระอุโบสถหลังเดิมเพื่อสร้างใหม่ จึงได้พบกรุพระหลวงพ่อโตเป็นจำนวนมากมายหลายหมื่นองค์ ซึ่งในครั้งนั้นทางวัดได้แจกจ่ายไปยังผู้ร่วมกุศลทีร่วมกันสร้างโบสถ์ จนเหลือพระอยู่ในราว 10 ปี๊ป ซึ่งพระที่เหลือจำนวนนี้ทางวัดได้นำไปบรรจุที่ฐานชุกชีพระประธานของพระอุโบสถหลังใหม่ต่อมาในปี 2510 ได้มีมิจฉาชีพมาลักลอบขุดพระที่บรรจุไว้ที่ฐานชุกชีไปบางส่วน ทางวัดจึงได้นำพระจากใต้ฐานชุกชีที่เหลือขึ้นมาเพื่อป้องกันคนร้ายมาลักลอบขุดอีก และในครั้งนี้ก็ยังได้พบพระหลวงพ่อโตที่ฐานชุกชีอีกกรุหนึ่งโดยบังเอิญ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับที่ทางวัดบรรจุไว้เมื่อคราวสร้างโบสถ์ พระหลวงพ่อโตที่พบใหม่นี้ มีจำนวนถึง 84000 องค์ เท่ากับจำนวนพระธรรมขันธ์ตามคติการสรางพระพิมพ์ในสมัยโบราณ และทางวัดได้ให้กรมศิลปากรมาตรวจพิสูจน์พระดังกล่าว กรมศิลปากรได้ลงความเห็นว่า พระหลวงพ่อโตที่พบใหม่โดยบังเอิญนี้ เป็นพระที่สร้างยุคหลังกว่าพระหลวงพ่อโตที่พบครั้งแรก นั่นคือ พระหลวงพ่อโตที่พบในครั้งแรกเป็นพระที่สร้างในสมัยอยุธยา ส่วนที่พบใหม่โดยบังเอิญนี้เป็นพระที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์
แม้ว่าจะเป็นพระที่สร้างต่างยุคต่างเวลากันก็จริงอยู่ แต่สำหรับวงการนักสะสมแล้ว พระหลวงพ่อโต กรุบางกระทิง ทั้งสองยุค จะมีการสะสมรวมกันไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นพระยุคแรกหรือยุคหลัง เพราะเห็นว่าพุทธคุณที่ปรากฏก็เน้นหนักไปทางด้านคงกระพันเช่นเดียวกันพุทธลักษณะของพระหลวงพ่อโต เป็นพระประดิษฐานอยู่ในกรอบรูปสามเหลี่ยม ประทับนั่งขัดสมาธิราบ บนฐานบัวคว่ำบัวหงาย มีทั้งปางสมาธิและปางมารวิชัย องค์พระนูนเด่นล่ำสัน พระพักตร์ใหญ่ด้วยลักษณะเด่นเช่นนี้ นักสะสมจึงถวายพระนามท่านว่า "พระหลวงพ่อโต" ส่วนมากแล้วรายระเอียดของเส้นสายลวดลายต่างๆทั้ง ปาก คอ คิ้ว คาง เส้นสังฆาฏิ มักติดพิมพ์คมชัดแทบทุกองค์ ส่วนขนาดนั้นก็แตกต่างลดหลั่นกันเล็กน้อย
เนื้อหาของพระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง นั้นมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสภาพของกรุที่พบ เช่น ในพระหลวงพ่อโตที่แตกกรุเมื่อปี 2481 ซึ่งเป็นพระในสมัยอยุธยานั้น ก็จะมีทั้งประเภทเนื้อที่ค่อนข้างแกร่ง และประเภทเนื้อที่ค่อนข้างฟ่าม แต่โดยรวมแล้วเนื้อของพระหลวงพ่อโตจะต้องไม่แกร่งจนกระด้างและเนื้อต้องแห้งอย่างมีน้ำมีนวล ลักษณะของเนื้อพระหลวงพ่อโต กรุบางกระทิงที่สร้างในสมัยอยุธยา จะมีส่วนของเม็ดทรายเม็ดกรวดเล็กๆ ตลอดจนเกล็ดทรายเงินทรายทองปะปนอยู่ในเนื้อ ลักษณะผิวพระจะไม่เรียบปรากฏเป็นรอยพรุนเป็นแอ่งคลื่นอยู่โดยทั่วไป
ส่วนเนื้อพระสมัยรัตนโกสินทร์ จะมีเนื้อละเอียด เม็ดกรวดเม็ดทรายน้อย และผิวพระค่อนข้างเรียบ มีฝ้ากรุหรือคราบละอองทรายสีขาวเกาะอยู่ด้านหลังของพระหลวงพ่อโต ส่วนใหญ่มักมีรอยปาด ที่เรียกกันว่า "รอยกาบหมาก" รอยดังกล่าวนี้คือรอยอันเกิดจากการตกแต่งองค์พระด้านหลังด้วยการปาดเอาเนื้อส่วนที่นูนออกไป โดยที่เนื้อพระหลวงพ่อโตมีส่วนรอยดังกล่าวขึ้นมาผสมของเม็ดกรวดทรายอยู่ด้วย เมื่อถูกปาด เม็ดกรวดเม็ดทรายเหล่านี้ก็จะครูดดันไปกับเนื้อพระ ทำให้เกิดเป็นรอยดังกล่าวขึ้นมา
การพิจารณาพระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิงนั้น ผู้ชำนาญการหลายๆท่านแนะนำให้ พิจารณาจากเนื้อหาเป็นหลัก อย่าพยายามให้ความสำคัญกับจุดตำหนิพิมพ์ทรงมากนัก ที่เน้นให้ดูเนื้อหาของพระก็เพราะว่าเมื่อคราวเปิดกรุพระหลวงพ่อโตในปี 2481 นั้นได้พบแม่พิมพ์พระหลายชิ้นรวมอยู่ด้วย และแม่พิมพ์ส่วนหนึ่งก็ได้ออกไปอยู่กับพวกมือดีบางพวก ซึ่งได้ใช้แม่พิมพ์ดังกล่าวพิมพ์พระหลวงพ่อโตออกมาด้วย แน่นอนว่าพระเทียมอันที่เกิดจากแม่พิมพ์ชิ้นเดียวกันนี้ ก็ย่อมมีตำหนิและพิมพ์ทรงเหมือนกันกับพระแท้ทุกประการ แต่ส่วนที่พระปลอมยังทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดีนักก็คือเนื้อหา และธรรมชาติความเก่าในเนื้อพระนั่นเอง เมื่อดูเนื้อหาความเก่าผ่านแล้วจึงค่อยมาดูตำหนิต่างๆดูอีกที จากการแกะแม่พิมพ์ออกมาใหม่ หรือไม่ก็ใช้วิธีการถอดพิมพ์ ซึ่งหากเป็น 2 วิธีหลังนี้การพิจารณาจุดตำหนิก็คงง่ายขึ้น

การรับประกันสินค้า

รับประกันพระแท้ตลอดชีพ ตามมาตรฐานสากล นับตั้งแต่วันที่ท่านได้รับพระ ถ้าพระเก๊ยินดีคืนเงินเต็มจำนวนโดยไม่หักเปอร์เซ็นต์ พระต้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่ชำรุดหักบิ่น เสียสภาพ หรือล้างผิว

พระหลวงพ่อโต กรุวัดบางกระทิง พิมพ์มารวิชัย เนื้อดินลงรัก

รหัสรายการ: 60 | 12 ครั้ง

ข้อมูลร้านค้า
ชื่อร้าน:
โทร:
089-333-4-....
โชว์พระ (ไม่ขาย)